งานตรวจสอบและรับรองผลการศึกษา

มีงานบริการแก่นักศึกษา ดังนี้

1. ใบรับรองผลการศึกษา (TRANSCRIPT) นักศึกษาที่มีสถานภาพ และนักศึกษาที่หมดสถานภาพ เพราะเรียนครบ 8 ปี หรือไม่ได้ลงทะเบียนเรียนติดต่อกันเกิน 2 ภาค การศึกษา

2. ตรวจสอบผลการศึกษา (เช็คเกรด) ด้วยระบบ ONE-STOP-SERVICE

1. การขอใบรับรองผลการศึกษา (TRANSCRIPT)

? นักศึกษาที่มีความประสงค์จะขอใบรับรองผลการศึกษาแบบไม่สำเร็จการศึกษา เพื่อใช้ในการสมัครงานศึกษาต่อ ขอทุน

? นักศึกษาต้องไปชำระเงินค่าธรรมเนียม ชุดละ 40 บาท ที่กองคลัง สำนักงานอธิการบดีก่อน แล้วจึงมาติดต่อขอคำร้องที่ สวป. ชั้น 1 ช่องที่ 1

1.1 เอกสารที่ต้องใช้ประกอบ (รหัส 26 – ปัจจุบัน)

? ใบเสร็จค่าธรรมเนียม 40 บาท ต่อ 1 ชุด พร้อมบัตรประจำตัวนักศึกษา

? ใบคำร้องขอรับได้ที่ สวป. ชั้น 1 ช่องที่ 1

? ถ้ามีการแก้ไขชื่อ-สกุล ให้ทำเรื่องแก้ไขที่ สวป. ชั้น 2 งานทะเบียนและประวัตินักศึกษา ให้แล้วเสร็จจึงมายื่นเรื่องขอใช้บริการ

1.2 เอกสารที่ต้องใช้ประกอบ (รหัส 14 – 25)

? ใบเสร็จค่าธรรมเนียม 40 บาท ต่อ 1 ชุด

? ใบคำร้องขอรับได้ที่ สวป. ชั้น 1 ช่องที่ 1

? รูปถ่าย ขาว-ดำ หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตากันแดด ขนาด 2 x 3 ซม. หรือ 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป ต่อ 1 ชุด

2. ตรวจสอบผลการศึกษา (เช็คเกรด) ด้วยระบบ ONE-STOP-SERVICE

นักศึกษาที่มีความประสงค์จะขอเช็คเกรด เพื่อใช้ในการตรวจสอบหน่วยกิตและเพื่อประกอบในการขอทุน ให้ยื่นขอได้ที่ สวป. ชั้น 1 ช่องที่ 2 (ในส่วนของช่องที่ 2 มีช่องรับบริการถึง 4 ช่อง) เมื่อนักศึกษามาใช้บริการสามารถรอรับใบตรวจสอบได้เลย

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบ

? บัตรประจำตัวนักศึกษาที่ มร. ออกให้

? เงินสดค่าธรรมเนียม (นศ. ภาคปกติ 20 บาท ส่วนนศ. ภาคพิเศษ 200 บาท) ชำระหน้าเคาน์เตอร์บริการ

ถ้านักศึกษามีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ – สกุล ให้ติดต่อขอแก้ไขที่ สวป. ชั้น 2 งานทะเบียนและประวัตินักศึกษา ให้แล้วเสร็จจึงมายื่นเรื่องขอการใช้บริการ

การขอใบรับรองผลการศึกษาทางไปรษณีย์ ท่านต้องปฏิบัติ ดังนี้

1. ข้อมูลที่ต้องแจ้งทางจดหมายคือ ชื่อ-สกุล รหัสประจำตัว สาขาวิชาเอก คณะที่ศึกษา วัน-เดือน-ปีเกิด จำนวนใบรับรองที่ต้องการ และเหตุผลที่ขอ พร้อมแจ้งที่อยู่ปัจจุบันที่ไปรษณีย์สามารถส่งเอกสารได้ถึง

2. นักศึกษาที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2514-2525 หากไม่เคยขอมาก่อนให้แนบรูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด2 x 3 ซม. ห้ามใช้รูปโพลาลอยด์ แต่งกายสุภาพ ถ้าสำเร็จการศึกษาแล้วใช้รูปถ่ายสวมชุดครุยวิทยฐานะสีหรือขาวดำ จำนวน 1 รูป

3. ค่าธรรมเนียมใบรับรองผลการศึกษา ต้องซื้อเป็นตั๋วแลกเงิน หรือธนาณัติ

3.1 ใบตรวจสอบผลการศึกษา ( Check grade ) ค่าธรรมเนียมชุดละ 30 บาท

3.2 ใบรับรองกรณีไม่สำเร็จการศึกษา ( Transcript ) ค่าธรรมเนียมชุดละ 40 บาท

3.3 ใบรับรองผลสำเร็จการศึกษา ( Transcript ) ค่าธรรมเนียมชุดละ 70 บาท แจ้งภาคที่สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา ครั้งที่สภาอนุมัติ ลำดับที่

3.4 ใบรับรองผลการศึกษาทุกประเภทของนักศึกษาโครงการปริญญาตรีภาคพิเศษ ค่าธรรมเนียมชุดละ 200 บาท

4. ส่งธนาณัติสั่งจ่าย “ หัวหน้าฝ่ายประมวลผลการศึกษา ” ปณ. รามคำแหง

5. จ่าหน้าซองจดหมายถึง

หัวหน้าฝ่ายประมวลผลการศึกษา

สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล

มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240


การขอใบรับรองการเป็นนักศึกษาภาษาไทย
1. ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม ชุดละ 20.-บาท (ชำระเงินที่กองคลัง ตึกอธิการบดี ชั้น 1)
2. สำเนาใบเสร็จลงทะเบียนภาคปัจจุบัน
3. สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา
4. รูปถ่าย สี/ขาวดำ ขนาด 2 นิ้ว 1 รูป เท่านั้น (รูปถ่ายนักศึกษา/รูปถ่ายสุภาพ/รูปโพลารอยต์ไม่รับ)
การขอใบรับรองการเป็นนักศึกษาภาษอังกฤษ
1. ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม ชุดละ 20.-บาท (ชำระเงินที่กองคลัง ตึกอธิการบดี ชั้น 1)
2. สำเนาใบเสร็จลงทะเบียนภาคปัจจุบัน
3. สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา
4. สำเนาใบพาสปรอต์
นักศึกษาที่ได้ 5 G ในภาค 1/48ได้ทุน ภาค 1/49
มาดูรายชื่อได้ที่ สวป. ชั้น 1 ช่อง 5 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2549 เป็นต้นไป ข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าลงทะเบียนเรียน และค่าบำรุงการศึกษาชั้นปริญญาตรี รับได้ที่ช่อง 5

การลงทะเบียนเรียนทางอินเตอร์เน็ต
ข้อกำหนดการลงทะเบียนเรียนและชำระเงิน
1. นักศึกษาต้องมีบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ VISA ELECTRON และเลขที่บัญชีเงินฝากของธนาคารทหารไทยเท่านั้น
2. นักศึกษาต้องมีเงินฝากในบัญชี โดยระบบจะทำการ ตัดเงินค่าลงทะเบียนทันทีจากสมุดบัญชีเงินฝากของนักศึกษา
3. นักศึกษาต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร 10 บาท และค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนเรียน เมื่อหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้วต้องมีเงินคงเหลือในสมุดบัญชีไม่ต่ำกว่า 100 บาท
4. นักศึกษาต้องมีรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ (ขึ้นทะเบียนรหัสผ่านในขั้นตอนการลงทะเบียน)
5. นักศึกษาต้องตรวจสอบรหัสกระบวนวิชา ที่เปิดสอนในภาคการศึกษานั้น ๆ
6. นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนทาง Internet ได้ภาคการศึกษาละ 1 ครั้งเท่านั้น หากนักศึกษาต้องการเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนให้มาลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยตามวันที่กำหนด พร้อมชำระค่าลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด
7. ข้อมูลการลงทะเบียนของนักศึกษาจะสมบูรณ์ ต่อเมื่อชำระเงินถูกต้อง
8. เมื่อสิ้นสุดการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาควร Update สมุดบัญชีเงินฝากของนักศึกษา เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
9. หลังจากลงทะเบียนแล้ว นักศึกษามาขอรับใบเสร็จได้ที่อาคาร สวป.ชั้น 1 ช่อง 9 หลังจากลงทะเบียน ทาง Internet 20 วัน(วันสุดท้ายของการลงทะเบียนทาง Internet) ในวัน-เวลาราชการ
ขั้นตอนการลงทะเบียนเรียน
เข้าไปที่โฮมเพจหลักของมหาวิทยาลัยรามคำแหง www.ru.ac.th
1. การขึ้นทะเบียนขอรหัสผ่าน เป็นขั้นตอนให้นักศึกษาขึ้นทะเบียนขอรหัสผ่าน เพื่อเข้าสู่ระบบลงทะเบียนเรียน และตรวจสอบผลการลงทะเบียนเรียน ซึ่งในการขึ้นทะเบียนขอรหัสผ่านต้องป้อนข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้องเพื่อที่ทางมหาวิทยาลัย สามารถที่จะติดต่อนักศึกษาได้
2. การตรวจสอบวิชาที่เปิดสอน เป็นขั้นตอน เพื่อให้นักศึกษาสามารถตรวจสอบกระบวนวิชาที่จะลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้นๆ ว่าเปิดสอนหรือไม่
3. การลงทะเบียนเรียน นักศึกษาต้องป้อนรหัสนักศึกษา และรหัสผ่านให้ถูกต้อง จึงจะเข้าสู่ระบบการลงทะเบียนเรียนผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และเพื่อความรวดเร็วถูกต้อง นักศึกษาควรลงทะเบียนเรียนตามโครงสร้างของหลักสูตรของแต่ละคณะ/สาขา
4. การตรวจสอบผลการลงทะเบียนเรียน หลังจากสิ้นสุดการลงทะเบียนเรียน นักศึกษาสามารถตรวจสอบข้อมูลในการลงทะเบียนของนักศึกษาได้
5. การเปลี่ยนรหัสผ่าน เป็นขั้นตอนเพื่อให้นักศึกษา สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่

ค้นหาข้อมูลสารสนเทศระดับปริญญาตรี และตรวจสอบผลการสอบไล่ (ไม่เป็นทางการ)
  • คลิ๊กที่นี่
    หมายเหตุ บริการนี้เป็นบริการซึ่งจัดทำขึ้นโดยสถาบันคอมพิวเตอร์ ซึ่งทาง สวป. เพียงแค่เชื่อมโยงข้อมูลให้เท่านั้น หากมีปัญหาการใช้บริการติดต่อสถาบันคอมพิวเตอร์โทร. 0-2310-8800 เพราะ สวป. ไม่สามารชี้แจงแทนได้
  • การขอจบ
    การขอจบ, การขอใบรับรองสภาฯและขึ้นทะเบียนบัณฑิตของนักศึกษาส่วนภูมิภาค
    เมื่อนักศึกษาตรวจสอบว่าได้สะสมหน่วยกิตครบหลักสูตรแล้วให้แจ้งคณะที่นักศึกษาสังกัดอยู่ เพื่อเสนอชื่อให้สภามหาวิทยาลัยอนุมัติเป็นผู้สำเร็จการศึกษา (คำร้องแจ้งจบหลักสูตรในระเบียนการและคู่มือสมัครเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ส่วนภูมิภาค
    หลังจากสภามหาวิทยาลัยอนุมัติรายชื่อแล้ว (ทางคณะจะแจ้งให้นักศึกษาทราบ)
    ให้นักศึกษากรอกแบบยื่นคำขอหนังสือสำคัญรับรองปริญญาและขึ้นทะเบียนบัณฑิต (อยู่ในระเบียบการสมัครเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ส่วนภูมิภาค) ถ้าไม่มีติดต่อขอรับใบคำขอได้ที่สาขาวิทยบริการที่นักศึกษาสังกัดอยู่ส่งแบบยื่นคำขอ พร้อมหลักฐาน ดังนี้
    1. ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์หรือธนาณัติ ราคา 420.- บาท (ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต 400.- บาท,ค่าใบรับรองสภาฯ 20.- บาท) สั่งจ่ายหัวหน้าฝ่ายหนังสือสำคัญ
    2. รูปถ่ายหน้าตรงสวมครุยปริญญา มร.แถบสีตามคณะ ขนาด 2 นิ้ว ใช้รูปถ่ายสีหรือขาวดำก็ได้ จำนวน 2 รูป
    3. บัตรประจำตัวนักศึกษา
    - กรณีบัตรนักศึกษาหายให้แนบใบแจ้งความพร้อมสำเนาบัตรประชาชน
    - กรณีบัตรนักศึกษาแบบวีซ่าอิเล็คตรอน ถ่ายสำเนาหน้า – หลัง เซ้นรับรองสำเนาด้วย 1 ใบ
    4. แนบซองจดหมายติดแสตมป์จ่าหน้าซองถึงตนเองส่งมาที่
    หัวหน้าฝ่ายหนังสือสำคัญ
    สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล
    มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ
    กรุงเทพฯ 10240
    หลังจากได้รับใบนัดรับใบรับรองสภาฯพร้อมใบเสร็จขึ้นทะเบียน 400.- บาท แล้วให้ไปรับใบรับรองสภาฯที่ฝ่ายหนังสือสำคัญ งานใบรับรองสภาฯ อาคาร สวป.ชั้น 1 ช่อง 4 ต้องรับด้วยตนเอง ห้ามรับแทน
    ติดต่อสอบถามงานใบรับรองสภาฯ ฝ่ายหนังสือสำคัญ โทร. 0-2310-8604
    การบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา
    (ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

    นักศึกษาที่มีสิทธิบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชาแยกออกเป็น
    1. นักศึกษาใหม่
    - นักศึกษาใหม่เทียบโอนหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
    - นักศึกษาใหม่เทียบโอนหน่วยกิตต่างสถาบัน
    - นักศึกษาใหม่ที่ไม่ได้ใช้สิทธิเทียบโอนหน่วยกิต
    กรณีนักศึกษาใหม่ใช้สิทธิบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา
    1. กรณีนักศึกษาใหม่เทียบโอนหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหง สามารถไปดำเนินการบอกเลิก-บอกเพิ่มกระบวนวิชาได้ ดังนี้
    -นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาที่มหาวิทยาลัยเทียบโอนหน่วยกิตให้แล้ว นักศึกษาสามารถสับเปลี่ยนเป็นวิชาอื่น หรือบอกเลิกกระบวนวิชาและคืนเงินค่าหน่วยกิตได้
    - นักศึกษาที่เทียบโอนหน่วยกิตลงทะเบียนเรียนผิดพลาดที่สามารถแก้ไขได้ต่อเนื่องจากนักศึกษาจะจบการศึกษา จึงอนุโลมให้สับเปลี่ยนและเพิ่มเติมกระบวนวิชาได้ โดยไม่ต้องยกเลิกการลงทะเบียนเรียนครั้งแรก
    2. กรณีนักศึกษาใหม่ใช้สิทธิเทียบโอนหน่วยกิตต่างสถาบัน นักศึกษาสามารถไปดำเนินการบอกเลิก-บอกเพิ่มกระบวนวิชาได้ ดังนี้
    - นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาที่มหาวิทยาลัยเทียบโอนหน่วยกิตให้แล้ว นักศึกษาสามารถสับเปลี่ยนเป็นวิชาอื่นแทน หรือบอกเลิกกระบวนวิชาและคืนค่าหน่วยกิตได้
    3. กรณีนักศึกษาใหม่ที่ไม่ได้ใช้สิทธิเทียบโอนหน่วยกิต นักศึกษาสามารถไปดำเนินการบอกเลิก-บอกเพิ่มกระบวนวิชาได้ ดังนี้
    - นักศึกษาลงทะเบียนเรียนผิดแผนกำหนดการศึกษา สามารถสับเปลี่ยนวิชาให้ถูกต้องตรงตามแผนกำหนดการศึกษาได้
    - นักศึกษาลงทะเบียนเรียนวิชาของชั้นปีอื่น สามารถสับเปลี่ยนวิชาของชั้นปีที่ 1 ได้
    - นักศึกษาลงทะเบียนเรียนวิชาที่มหาวิทยาลัยประกาศงดสอนหลังจากลงทะเบียนเรียนแล้ว ให้สับเปลี่ยนเป็นวิชาอื่นแทน หรือขอรับเงินค่าหน่วยกิตคืนได้
    - นักศึกษาลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาที่มีวันสอบตรงกันสามารถสับเปลี่ยนเป็นวิชาอื่นแทนได้ ขั้นตอนและหลักฐานในการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชาของนักศึกษาใหม่
    กรณีข้อที่ 1-2 ให้นักศึกษาเขียนคำร้องยื่นความจำนงที่คณะที่ตนเรียน แล้วนำเอกสารหลักฐานประกอบการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชาต่อไปนี้
    - คำร้องทั่วไปของแต่ละคณะที่เสนอดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
    - บัตรประจำตัวนักศึกษาที่ติดแถบรหัส Bar Code อยู่ด้านหลังของบัตร
    - สมุดลงทะเบียนเรียน (ม.ร. 36)
    - แถบรหัสกระบวนวิชา (ม.ร. 37) ที่ต้องการบอกเลิกบอกเพิ่ม
    - ใบเสร็จรับเงิน (ม.ร. 18) ถ่ายสำเนาใบเสร็จรับเงินจำนวน 1 แผ่น
    ไปดำเนินการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา ที่ฝ่ายจัดตารางสอนและลงทะเบียนเรียนอาคาร สวป. ชั้น 1 เคาน์เตอร์ช่อง 11-13 ให้แล้วเสร็จก่อนการสอบกระบวนวิชาที่บอกเลิกบอกเพิ่ม จึงจะเสร็จสิ้นขั้นตอน
    ส่วนกรณีข้อ 3 ให้นักศึกษาไปรับแบบฟอร์มใบคำร้องมหาวิทยาลัยรามคำแหงเพื่อดำเนินการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา หรือคืนเงินค่าหน่วยกิต ที่ฝ่ายจัดตารางสอนและลงทะเบียนเรียน อาคารสวป. ชั้น 1 เคาน์เตอร์ช่อง 11-13 โดยไม่ต้องไปติดต่อดำเนินการที่คณะ
    กรณีนักศึกษาเก่าใช้สิทธิในการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา
    1. กรณีนักศึกษาเก่าไม่ได้ขอจบการศึกษา สามารถดำเนินการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบานวิชาได้ดังต่อไปนี้
    1.1 นักศึกษาลงทะเบียนเรียนวิชาที่มหาวิทยาลัยประกาศงดสอนหลังจากลงทะเบียนเรียนแล้ว นักศึกษามีสิทธิขอคืนเงินค่าหน่วยกิตหรือสับเปลี่ยนเป็นกระบวนวิชาอื่นแทนได้ โดยนักศึกษา ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการสอบกระบวนวิชาในภาคเรียนนั้น
    1.2 กระบวนวิชาที่มหาวิทยาลัย ประกาศเปิดเพิ่มหลังจากลงทะเบียนเรียนแล้วนักศึกษาเก่าไม่ได้ขอจบการศึกษา สามารถบอกเพิ่มกระบวนวิชาได้ เมื่อรวมกับหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนไว้ แล้ว ในภาคปกติไม่เกิน 24 หน่ายกิต และภาคฤดูร้อนไม่เกิน 12 หน่วยกิต
    1.3 นักศึกษาลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาใดซ้ำไว้ เพราะยังไม่รู้ผลสอบภาคก่อน ต่อมารู้ผลว่าสอบได้ นักศึกษามีสิทธิขอคืนเงินค่าหน่วยกิตได้ โดยนักศึกษาต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการสอบกระบวนวิชาในภาคเรียนนั้น
    2. กรณีนักศึกษาเก่าขอจบการศึกษาบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชาได้ต่อไปนี้
    2.1 นักศึกษาลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาที่มหาวิทยาลัย ประกาศงดสอนนักศึกษามีสิทธิขอคืนเงินค่าหน่วยกิต หรือสับเปลี่ยนเป็นกระบวนวิชาอื่นแทนได้ โดยนักศึกษาต้องดำเนินการให้แล้ว เสร็จก่อนการสอบกระบวนวิชาในภาคเรียนนั้น
    2.2 กระบวนวิชาที่มหาวิทยาลัยประกาศเปิดเพิ่มหลังจากลงทะเบียนเรียนแล้วนักศึกษาเก่าขอจบ การศึกษา สามารถบอกเพิ่มกระบวนกระบวนวิชาได้ เมื่อรวมกับหน่วยกิตที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ในภาคปกติไม่เกิน 30 หน่วยกิต และภาคฤดูร้อนไม่เกิน 18 หน่วยกิต
    2.3 นักศึกษาลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาใดซ้ำไว้ เพราะยังไม่รู้ผลสอบของภาคก่อนต่อมารู้ผลสอบได้ นักศึกษาเก่าขอจบการศึกษามีสิทธิขอคืนเงินค่าหน่วยกิต หรือสับเปลี่ยนเป็นกระบวนวิชาอื่นแทนได้ (วิชาต่อวิชา เมื่อรวมหน่วยกิตแล้วภาคปกติไม่เกิน 30 หน่วยกิต และภาคฤดูร้อนไม่เกิน 18 หน่วยกิต) โดยนักศึกษาต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนการสอบกระบวนวิชาที่บอกเลิกบอกเพิ่มในภาคเรียนนั้น
    2.4 นักศึกษาลงทะเบียนเรียนวิชาใดซ้ำไว้ เพราะยังไม่รู้ผลสอบของภาคก่อนต่อมารู้ผลว่าสอบได้ครบตามหลักสูตร นักศึกษามีสิทธิขอคืนเงินค่าลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชานั้นเต็มจำนวน ค่าบริการลงทะเบียนเรียนไม่ตรงวัน (ถ้ามี) และค่าบำรุงมหาวิทยาลัยได้ โดยนักศึกษาต้องนำหนังสือสำคัญรับรอบปริญญาที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ
    ขั้นตอนและหลักฐานในการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชานักศึกษาเก่า
    กรณีข้อที่ 1 (1.3) และข้อ 2 (2.3)
    ให้นักศึกษาเขียนคำร้องขอบอกเลิก หรือขอสับเปลี่ยนกระบวนวิชา ยื่นความจำนงที่คณะที่ตนเรียน เพื่อให้คณะรับรองผลการสอบของภาคก่อน แล้วนำหลักฐานประกอบการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวน วิชาต่อไปนี้คือ
    - แบบฟอร์มใบคำร้องขอบอกเลิก หรือขอสับเปลี่ยนกระบวนวิชาที่เสนอดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
    - บัตรประจำตัวนักศึกษาที่ติดแถบรหัส Bar Code อยู่ด้านหลังของบัตร
    - สมุดลงทะเบียนเรียน (ม.ร. 36)
    - แถบรหัสกระบวนวิชา (ม.ร. 37) ที่ต้องการบอกเลิกบอกเพิ่ม
    - ใบเสร็จรับเงินกระบวนวิชา (ม.ร. 18) ถ่ายสำเนาใบเสร็จรับเงินจำนวน 1 แผ่น ไปดำเนินการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา ที่ฝ่ายจัดตารางสอนและลงทะเบียนเรียนอาคาร สวป. ชั้น 1 เคาน์เตอร์ช่อง 11-13 ให้แล้วเสร็จก่อนการสอบกระบวนวิชาที่จะบอกเลิกหรือบอกเพิ่ม จึงจะเสร็จสิ้นขั้นตอน
    ส่วนกรณี ข้อ 1 (1.1,1.2) และข้อ 2 (2.1,2.2,2.4)
    ให้นักศึกษาไปรับแบบฟอร์มใบคำร้องมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อดำเนินการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชา หรือขอคืนเงินค่าหน่วยกิต ที่ฝ่ายจัดตารางสอนและลงทะเบียนเรียนอาคาร สวป. ชั้น 1 เคาน์เตอร์ช่อง 11-13 โดยไม่ต้องไปติดต่อดำเนินการที่คณะ ในการบอกเลิกบอกเพิ่มกระบวนวิชาทุกกรณี นักศึกษาต้องนำใบเสร็จรับเงินและบัตรประจำตัวนักศึกษาไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง
    กำหนดการให้บริการ สำหรับนักศึกษาที่ต้องการขอเปลี่ยนชื่อ - สกุล หรือคำนำหน้านาม ตลอดปีการศึกษา สถานที่ติดต่อ 1. ชำระเงินที่ กองคลัง ตึกอธิการบดี
    ชำระค่าธรรมเนียม 160.- บาท เพื่อทำบัตรนักศึกษาใหม่
    2. อาคาร สวป. ชั้น 2 ช่อง 4 เขียนคำร้อง เอกสารที่ต้องใช้ 1. สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ – สกุล คำสั่งแต่งตั้งยศ หรือ ใบทะเบียนสมรส
    2. บัญชีเงินฝาก (หากมี) ธนาคารทหารไทย
    ช่อง 4
    ตรวจสอบรายชื่อสภาอนุมัติก่อนยื่นคำร้อง
    <ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใบรับรองสภาฯ
    1. เมื่อสภาฯอนุมัติรายชื่อแล้ว ชำระเงินที่ตึกอธิการบดี ชั้น 1
    - ภาคปกติ
    - คณะวิศวกรรมศาสตร์ 1,090 บาท (ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต 1,000 บาท , ค่าใบรับรองสภาฯ 20 บาท,ค่าใบ ทรานสคริป 70 บาท)
    - ภาคพิเศษ 2,400 บาท (ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต 2,000 บาท , ค่าใบรับรองสภาฯ 200 บาท,ค่าใบ ทรานสคริป 200 บาท)
    2. ยื่นใบเสร็จขึ้นทะเบียนบัณฑิต และใบเสร็จค่าใบรับรองสภาฯ ที่ช่อง 4 เพื่อขอคำร้องใบรับรองสภาฯ
    3. ยื่นคำร้องที่กรอกรายละเอียดแล้วพร้อมหลักฐาน ดังนี้
    - บัตรประจำตัวนักศึกษา (กรณีบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบวีซ่าอิเล็คตรอนถ่ายเอกสารหน้า-หลัง รับรองสำเนาด้วย 1 ใบ)
    - รูปถ่ายสวมครุยปริญญาสีตามคณะ ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
    - ใบเสร็จค่าธรรมเนียมใบรับรองสภาฯ
    4. รับใบนัดรับใบรับรองสภาฯ เพื่อมารับตามกำหนดนัด
    5. ใบเสร็จค่าทรานสคริป ยื่น ช่อง 3 เพื่อขอทรานสคริป
    6. ใบเสร็จค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต ขึ้นไปกรอกระเบียนบัณฑิต ที่ชั้น 7 ใบเสร็จค่าขึ้นบัณฑิตเก็บไว้จนกว่าจะได้รับปริญญา
    <ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใบรับรองสภาฯภาษาอังกฤษ และแปลปริญญาบัตร
    1. เมื่อสภาฯอนุมัติรายชื่อแล้ว ชำระเงินที่ตึกอธิการบดี ชั้น 1
    - ภาคปกติ
    - คณะวิศวกรรมศาสตร์ 20 บาท
    - ภาคพิเศษ 200 บาท
    2. ยื่นใบเสร็จค่าใบรับรองสภาฯภาษาอังกฤษหรือแปลปริญญาบัตร ที่ช่อง 4 เพื่อขอคำร้อง
    3. ยื่นคำร้องที่กรอกรายละเอียดแล้วพร้อมหลักฐาน ดังนี้
    - ใบเสร็จค่าธรรมเนียม
    - กรณีขอใบแปลปริญญาบีตรถ่ายเอกสารปริญญาบัตรแนบมาด้วย
    4. รับใบนัดรับใบรับรองสภาฯ ภาษาอังกฤษหรือแปลปริญญาบัตรเพื่อมารับตามกำหนดนัด
    กำหนด ตลอดปีการศึกษา ประเภท 1. Transcript ของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้ว 2. Transcript สำหรับนักศึกษาใช้ตรวจสอบหน่วยกิต สมัครงาน ศึกษาต่อ ขอทุน สถานที่ติดต่อ 1. ชำระค่าธรรมเนียม (นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้ว) จำนวน 70.- บาท (นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่) จำนวน 40.- บาท ณ ตึก อธิการบดี ชั้น 1
    2. เขียนใบคำร้อง Transcript ที่อาคาร สวป. ชั้น 1 ช่อง 2, 3 เอกสารที่ต้องใช้ 1. ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม
    2. ใบคำร้องแบบ ม.ร. 49.1 (สำเร็จแล้ว) ม.ร.49.2 (ยังไม่สำเร็จ)
    3. เฉพาะรหัส 14-25 รูปถ่าย ขาวดำ หน้าตรง ขนาด 2x3 ซม. จำนวน 1 รูป (ผู้สำเร็จแล้วต้องสวมครุยปริญญา มร.)
    การโอน – ย้ายระบบการเรียนการสอน
    การโอน – ย้าย ระบบการเรียนการสอนของนักศึกษาจากส่วนกลาง – ไปส่วนภูมิภาค และจากส่วนภูมิภาค – มาส่วนกลาง มหาวิทยาลัยได้กำหนดวิธีการดังนี้
    เกณฑ์การโอนย้าย
    1. นักศึกษาที่จะโอน – ย้ายได้ ต้องเป็นผู้สมัครเข้าเป็นนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2538 เป็นต้นไปและเคยลงทะเบียนเรียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ภาคการศึกษาปกติ โดยปัจจุบันยังมีสถานภาพการเป็นนักศึกษาอยู่
    2. นักศึกษาจากส่วนกลางที่จะโอน – ย้ายไปส่วนภูมิภาค ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ใน 4 สาขาวิชา คือ สาขานิติศาสตร์ สาขาการบริหารทั่วไป สาขาสื่อสารมวลชน และสาขาการบริหารรัฐกิจ ในกรณีที่ไม่ได้เรียนสาขาดังกล่าวแต่ประสงค์จะโอน – ย้ายไปส่วนภูมิภาค ต้องดำเนินการย้ายคณะหรือสาขาวิชาที่ฝ่ายทะเบียนประวัตินักศึกษา อาคาร สวป. ชั้น 2 ให้เรียบร้อยก่อน
    สำหรับนักศึกษาส่วนภูมิภาค สามารถโอน – ย้ายเข้าศึกษาที่ส่วนกลางได้ทุกสาขาวิชาโดยให้ดำเนินการย้ายคณะหรือสาขาวิชา ภายหลังการโอนย้ายแล้ว
    3. ให้ดำเนินการโอน – ย้าย ได้เพียงครั้งเดียว หากนักศึกษาต้องการย้ายกลับต้องลาออกแล้วสมัครใหม่โดยนำหน่วยกิตสะสมมาเทียบโอนในอัตราค่าเทียบโอนหน่วยกิตละ 50.- บาท
    ขั้นตอนการโอนย้าย
    1. นำใบตรวจสอบผลการศึกษา (Check Grade) หรือผลสอบรายบุคคลทั้งหมด (กรณีที่เป็นนักศึกษาส่วนภูมิภาค) และใบเสร็จลงทะเบียนเรียนภาคสุดท้าย หากขาดสถานภาพนักศึกษา 1-2 ภาคการศึกษา ให้ไปชำระเงินค่ารักษาสถานภาพที่ ตึกอธิการบดี ชั้น 1 แล้วไปติดต่อเขียนคำร้องขอโอนย้าย ที่ฝ่ายจักตารางสอบและลงทะเบียนเรียนอาคาร สวป. ชั้น 6 พร้อมถ่ายสำเนาเอกสารดังกล่าวไปอย่างละ 1 ฉบับ
    2. ให้นำผลการศึกษา ไปติดต่อคณะที่โอนย้าย เพื่อขอทราบโครงสร้างหลักสูตรของส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค และรายละเอียดอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง
    3. ชำระเงินค่าธรรมเนียมการโอนย้าย จำนวน 500.- บาท ที่ตึกอธิการบดี ชั้น 1 แล้วนำใบเสร็จรับเงินพร้อมเอกสาร ข้อ 1 ไปติดต่อฝ่ายทะเบียนประวัตินักศึกษา อาคาร สวป. ชั้น 2 เพื่อจัดทำข้อมูลโดยให้เตรียมเอกสารในการทำบัตรประจำตัวนักศึกษา ดังนี้
    3.1 สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ
    3.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ฉบับ
    3.3 หากเคยทำบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ VISA ELECTRON แล้ว ให้นำสมุดบัญชีเงินฝากไปแสดงแทนเอกสาร ตามข้อ 3.1 และ 3.2
    3.4 ในกรณีที่ไม่เคยทำบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ VISA ELECTRON จะต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมทำบัตร ฯ จำนวน 160.- บาท (กรณีเคยทำบัตรฯ แบบ VISA ELECTRON ให้ชำระเงิน 100.- บาท )ที่ตึกอธิการบดี ชั้น 1
    4. ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 – 3 ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ในแต่ละปี ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะจัดทำประกาศระยะเวลาการดำเนินการให้ทราบ ประมาณต้นเดือนเมษายน
    1. นักศึกษาต้องเคยลงทะเบียนเรียนมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ภาคการศึกษาปกติ
    2. นักศึกษาต้องดำเนินการย้ายคณะหรือเปลี่ยนสาขาวิชาก่อนเรียนจบครบหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษาปกติ
    3. นักศึกษาที่ประสงค์จะขอย้ายคระหรือเปลี่ยนสาขาวิชา จะต้องยื่นคำขอย้ายก่อนวันแรกของการลงทะเบียนเรียนภาคศึกษาปกติที่ประสงค์จะย้ายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์
    4. นักศึกษาที่ประสงค์จะขอย้ายคณะหรือเปลี่ยนสาขาวิชา ให้ดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
     
    1. ชำระเงินค่าธรรมเนียมการย้ายคณะหรือเปลี่ยนสาขาวิชาที่อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 1 (กองคลัง) เป็นเงิน 200.- บาท (กรณีขอขอย้ายฯหลังจากเรียนจบครบหลักสูตร เป็นเงิน 500.- บาท )
    2. ขอรับแบบพิมพ์คำขอย้ายคณะหรือเปลี่ยนสาขาวิชา ที่ฝ่ายทะเบียนประวัตินักศึกาา อาคาร สวป. ชั้น 2 ช่องที่ 3
    3.ให้นักศึกษายื่นหลักฐานและเอกสารตามข้อ 1 และ 2 ร้อมกับแนบ
    3.1 บัตรประจำตัวนักศึกษา
    3.2 ใบเสร็จลงทะเบียนเรียนครั้งสุดท้าย
    อนึ่ง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแผนการศึกษา หรือนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนวิชาเอกไม่ต้องดำเนินการเพื่อขอย้าย
    สาขาวิชาใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น เมื่อเรียนจบครบหลักสูตรให้ไปติดต่อแจ้งสาขาวิชาที่ต้องการสำเร็จการศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ หรือคณะเศรษฐศาสตร์แล้วแต่กรณี
    1. รหัสคณะ/สาขาวิชาใหม่ที่นักศึกษาขอย้ายฯ จะปรากฏในใบเสร็จที่รับเงินลงทะเบียนเรียนในครั้งต่อไป ให้นักศึกษาตรวจสอบดูว่า ถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องให้ไปติดต่อที่ อาคาร สวป. ชั้น 2 ช่อง 3 ดดยนำบัตรประจำตัวนักศึกาา และใบเสร็จรับเงินลงทะเบียน ที่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกการย้ายคณะ/สาขาวิชาให้ มาด้วย
    2. กระบวนวิชาที่นักศึกษาสอบได้ในคณะ/สาขาวิชาเดิม จะโอนไปอยู่คณะ/สาขาวิชาใหม่ทุกกระบวนวิชา ส่วนจะใช้กับหลักสูตรของคณะ/สาขาวิชาใหม่ ได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของคณะ/สาขาวิชานั้น ๆ ให้นักศึกาาตรวจสอบได้จากระเบียบการสมัครเข้าเป็นักศึกษา และแผนกำหนดการศึกษาชั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.1)
    ถ้ายังมีข้อสงสัยให้ติดต่อสอบถามที่ งานแนะแนวฯคณะใหม่ที่ตนย้ายไป โดยนำใบ CHECK GRADE ไปด้วย
    3. นักศึกษาที่สมัครเข้าเป็นนักศึกษาโดยใช้สิทธิเทียบโอน กล่าวคือ ใช้วุมิการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าระดับปริญญาตรีขึ้นไป มาสมัครเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และขอใช้สิทธิเทียบโอนวิชาพื้นฐาน ไม่ว่าจะชำระค่าเทียบโอนแล้วหรือไม่
    หลังจากดำเนินการย้ายคณะหรือเปลี่ยนสาขาวิชาแล้ว ให้ติดต่อขอเทียบโอนใหม่ที่คณะใหม่ เนื่องจากการเทียบโอนของแต่ละคณะมีหบักเกณฑ์ไม่เหมือนกัน (ตามมติ ทปม. ครั้งที่ 41/2543 วาระที่ 4.3 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2543)
    4. การลงทะเบียนเรียนในครั้งต่อไปให้ดูจากช่วงรหัสประจำตัวนักศึกษาเดิม และช่วงวันในการลงทะเบียนเรียน ตามที่เคยปฏิบัติมา
    5. การเข้าสอบไล่ ให้เขียน และระบาย รหัสประจำตัวนักศึกษาเดิม ตามที่เตยปฏิบัติมา (การย้ายคณะ/สาขาวิชาไม่มีการเปลี่ยนรหัสประจำตัวนักศึกษา)
    6. การขอ ม.ร. 30 และการขอตารางสอบให้ติดต่อขอที่คณะดิม
    7. การขอจบหลักสูตร ให้ติดต่อที่คณะใหม่ที่ย้ายไป